“ผอ.GISTDA” วางเป้าพัฒนากิจการอวกาศไทย สร้างฝันให้เด็กรุ่นใหม่

“ผอ.GISTDA” วางเป้า 3-5 ปี พัฒนากิจการอวกาศไทย ใช้ห้องปฏิบัติการเวียงป่าเป้าเป็นจุดเริ่มต้น สร้างฝันให้เป็นจริงกับเด็กรุ่นใหม่ ชี้เทคโนโลยีวันนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 65 นายปกรณ์ อาพาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กล่าวถึงการร่วมกับคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอวกาศ ที่วิทยาลัยเทคนิคเวียงป่าเป้า อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ว่า การเปิดห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีอวกาศ

เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับเยาวชนในพื้นที่ และทำให้ภาคเหนือมีศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียมสำรวจโลก ภูมิสารสนเทศ และการประยุกต์ใช้ที่ทันสมัยแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติ ตลอดจนการสร้างและพัฒนาบุคลากรเฉพาะด้าน โดยมีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมให้การสนับสนุน

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า เทคโนโลยีอวกาศสมัยนี้ไม่ได้ไกลตัวคน ทุกคนสามารถเรียนรู้และเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ เรามักจะพูดถึงเรื่องอวกาศ ดาวเทียม เพราะเป็นเรื่องของต้นน้ำ ที่จะสร้างระบบอุตสาหกรรมแล้วต่อเนื่องมากจนถึงการประยุกต์ใช้ ประเทศไทยเรามักจะคุ้นชินกับการประยุกต์ใช้กันมาตลอด 20-30 ปี แต่วันนี้เราจะขยายมายังโซนนี้

จะให้ความรู้เรื่องอวกาศ เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับเรื่องของแอปพลิเคชัน ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่ เพราะที่นี่เป็นแห่งแรก เราก็จะมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นและหวังว่าจะประสบความสำเร็จ ทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสที่จะสร้างความฝัน ที่เขาอยากจะเป็นได้โดยผ่านกระบวนการเหล่านี้

เทคโนโลยี.jpg4

สัตว์เลี้ยงช่วยบำบัดโรคซึมเศร้า

สัตว์เลี้ยงช่วยบำบัดโรคซึมเศร้า

ที่มาของภาพ: https://bit.ly/36UjcWI

คนเป็นโรคซึมเศร้าจะมีอาการบ่งบอกสิ่งหนึ่งคือเขาจะรู้สึกไร้ค่า หมดความหมาย แต่หากได้ดูแลสัตว์เลี้ยงสักตัวที่เขาสามารถควบคุมมันได้ เขาจะรู้สึกว่ามีคุณค่าในตัวเองและเพิ่มความรับผิดชอบ สัตว์เลี้ยงจะช่วยเตือนเขาว่าเขายังมีความสารถและเขาก็ต้องดูแลมันอีกด้วย

คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามักคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียวบนโลกนี้ ไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ แม้ว่าพูดกับคนใกล้ตัว บางรายอาจจะไม่รู้ว่าผู้ป่วยนั้นเป็นโรคซึมเศร้าอาจจะพูดคำแรงๆออกมาโดยไม่คิด ทำให้ผู้ป่วยยิ่งแย่ไปมากกว่าเดิม เปลี่ยนจากการพูดแบบไม่คิดเป็นกอดเขา เพื่อให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว แต่ก็ด้วยเหตุผลหลายอย่างทำให้เราไม่มีเวลาได้มาอยู่กับเขาได้ตลอดเวลา สัตว์เลี้ยงจึงเหมือนเพื่อนของเขา ที่เขาสามารถระบายความรู้สึกต่างๆให้มันฟังได้ มีอะไรก็เล่าให้ฟังได้ สุนัขก็จะส่งเสียงตอบกลับมา แมวบางตัวก็อาจจะซุกเราจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง รู้สึกดีที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ข้างๆ แถมยังทำให้ผู้ป่วยได้ออกไปข้างนอกในยามที่ต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตว์แพทย์ ระหว่างนั่งรอตรวจ ก็จะได้พบกับคนที่พาสัตว์เลี้ยงมาตรวจเหมือนกัน จะได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน ได้พูดคุยกับผู้คนภายนอกมากยิ่งขึ้น

อย่างน้อยกิจกรรมเหล่านี้ นอกจากจะทำให้เรามีความรับผิดชอบแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เราได้ออกไปทำกิจกรรมข้างนอกกับสัตว์เลี้ยงของเราอีกด้วย มันจะช่วยทำให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เพิ่มกิจกรรมต่อสังคม ไม่ทำให้กลัวการเข้าสังคมหรืออยู่กับคนหมู่มากอีกด้วย การที่ให้เขาได้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงสักตัวก็ไม่ได้แย่ใช่ไหมละคะ เพราะอย่างน้อยๆเขาก็จะได้มีสิ่งเตือนใจเสมอว่าเขาต้องอยู่เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงของเขา

แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ควรมอบสัตว์เลี้ยงให้ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะดูแลตัวเองไม่ได้ เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับเขา และจะเป็นการกระตุ้นให้เขาเกิดความเครียดมากกว่าเดิมอีกด้วย หรือผู้ป่วยที่แพ้ขนสัตว์อย่างรุนแรง

สัตว์เลี้ยง-4