เพื่อไทย ห่วงเงินเฟ้อ จี้รัฐบาลแก้เศรษฐกิจ อย่าเพิ่มภาระประชาชน เอาใจบางกลุ่ม

เพื่อไทย ห่วงเงินเฟ้อ ทำประชาชนเดือนร้อน ค่าไฟฟ้าที่แพงจะยิ่งทำเงินเฟ้อเพิ่ม ชี้ภาพเศรษฐกิจไทยไม่สดใส แนะนโยบายพรรคเพื่อไทยทำได้จริงและแก้ปัญหาประเทศได้

วันที่ 12 ม.ค.2566 น.ส.จุฑาพร เกตุราทร โฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางรัก สาทร ปทุมวัน กล่าวว่า ธนาคารโลกลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ เหลือ 3.6% จากที่คาดการณ์ไว้ 4.3% ซึ่งปรับลดค่อนข้างมาก หากยังบริหารแบบเดิมๆ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยก็จะถูกปรับลดการเติบโตลงเรื่อยๆ เหมือนตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาตลอด และปีนี้การส่งออกของไทยจะขยายตัวได้น้อยมากและอาจติดลบได้เลย จากที่การส่งออกได้ติดลบในเดือนต.ค.และพ.ย.ของปีที่แล้ว

นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อในเดือนธ.ค.อยู่ที่ 5.89% ทำให้เงินเฟ้อทั้งปีของปี 2565 อยู่ที่ 6.08% เป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 24 ปี แสดงถึงราคาข้าวของที่แพงขึ้นอย่างมาก ประชาชนเดือดร้อนกันมาก เพราะรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย อีกทั้งรัฐบาลได้ขึ้นค่าไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เงินเฟ้อมากยิ่งขึ้น

เศรษฐกิจ

ยังดีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ทักท้วงไว้ ทำให้รัฐบาลไม่กล้าขึ้นค่าไฟฟ้าไปถึงหน่วยละ 5.72 บาท แต่การขึ้นมาที่ หน่วยละ 5.33 บาทก็ถือว่าหนักมากแล้ว โดยควรจะต้องหาทาง ลดค่าไฟฟ้าลงโดยแก้ไขที่สาเหตุ ไม่ใช่แค่ซื้อเวลาเพื่อรอเวลาขึ้นราคาอีก โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในปี 2566 จะอยู่ที่ประมาณ 3.1% ซึ่งสูงมากพอควร

ทั้งนี้ ปัญหาราคาค่าไฟฟ้าที่แพงมหาโหด ได้เริ่มส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจแล้ว และจะยิ่งส่งผลกระทบอย่างมากในปลายเดือนนี้ เมื่อต้องจ่ายบิลค่าไฟฟ้าในอัตราใหม่ซึ่งจะสูงมาก ภาคธุรกิจคงต้องปรับราคาสินค้าและบริการกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับประชาชน ซ้ำเติมกับเงินเฟ้อเดิมที่แพงอยู่แล้ว

รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข และบรรเทาทุกข์ของประชาชนอย่างเร่งด่วน มิใช่เพิ่มภาระให้ประชาชนไปเรื่อยๆ เพื่อเอาใจคนบางกลุ่มเท่านั้น คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่านโยบายที่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยประกาศไว้ชัดเจนที่จะลดราคา น้ำมัน ไฟฟ้าและก๊าซหุงต้ม สามารถทำได้จริง และจะช่วยลดภาระให้กับประชาชนได้ในทันที หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล อีกทั้งจะลดอัตราเงินเฟ้อได้ด้วย ซึ่งได้เตรียมแผนงานไว้แล้ว ขอให้ประชาชนเชื่อใจและมั่นใจได้ เพราะทุกนโยบายพรรคเพื่อไทยพูดแล้วทำได้จริงมาตลอด และจะแก้ปัญหาของประเทศได้

ติดตามข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ : TRU ปรับเพิ่มเป้ารายได้เป็นโตกว่า 35% หลังงบครึ่งแรกสวย-ขยายโปรเจ็คต์ยานยนต์ EV

TRU ปรับเพิ่มเป้ารายได้เป็นโตกว่า 35% หลังงบครึ่งแรกสวย-ขยายโปรเจ็คต์ยานยนต์ EV

นายพัฒนศรณ์ เผอิญโชค ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บมจ.ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ (TRU) เปิดเผยว่า บริษัทปรับเป้ารายได้ปีนี้เพิ่มเป็นเติบโตไม่ต่ำกว่า 35%

จากเดิมที่คาดโต 25% จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,019.31 ล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 1,419.95 ล้านบาท ขณะที่คาดว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีฐานต่ำรวมถึงได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทำให้มีบริษัทที่ประสบปัญหาในจีนมีการ Reallocating Order มาไทย ส่วนงานประเภท Contract assembly ทั้งลูกค้าที่เป็นรถยนต์และเครื่องจักรกลทางการเกษตรก็ยังมีดีมานด์ที่ดีต่อเนื่อง และบริษัทยังอยู่ในช่วงของการเตรียมตัวที่จะได้รับออเดอร์ใหม่ในปีหน้าสำหรับยอดขายรถยนต์ในครึ่งปีหลังก็คาดว่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก จากฐานที่ต่ำในปีก่อนและยอดขายที่แข็งแกร่งในประเทศ ขณะเดียวกันงานขายในรูปแบบโปรเจ็คต์ก็คาดว่าจะมีการเปิดประมูลมากขึ้นหลังโควิด-19 คลี่คลายลง ส่วนการรับจ้างประกอบยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือ EV-Tuktuk ก็คาดว่าจะสามารถส่งมอบได้ตามเป้าหมายที่ 700 คันในปีนี้ และเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาสั่งให้ผลิตของลูกค้าเจ้าอื่นๆ แล้ว หลังชะลอการสั่งผลิตไปนาน ส่งผลทำให้บริษัทมีโอกาสที่จะได้รับงานเข้ามามากขึ้นนอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะผลิตรถรุ่นใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับคู่ค้า ซึ่งจะเน้นไปที่รถกระบะที่มีราคาถูกลงและมีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น

โปรเจ็คต์ยานยนต์ EV เศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน บริษัทก็อยู่ระหว่างการพัฒนารถยานยนต์ไฟฟ้า EV Truck เพื่อขายให้กับบริษัทที่ให้บริการขนส่ง คาดว่าจะสามารถนำออกมาจำหน่ายได้ภายในต้นปีหน้า รวมถึงการพัฒนา รถ EV minibus 20 ที่นั่ง อีกทั้งที่ผ่านมาบริษัทได้รับมาตรฐานสากลรถกันกระสุน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ช่วยให้บริษัทขายรถกันกระสุนในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศได้เพิ่มเติม คาดจะส่งออกได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยมองเป้าหมายที่ประเทศมาเลเซีย เป็นต้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทวางงบลงทุนไว้ที่ 160 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาเครื่องจักรและการนำระบบไอทีเข้ามาใช้ด้านบริษัท เทร็ก ไทยรุ่ง จำกัด (TTR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจต่อตัวถังรถบรรทุกประเภทต่าง ๆ เช่น รถดั๊ม รถตู้บรรทุก รถหาง ลากเทรเลอร์ รถบรรทุกผสมคอนกรีต ฯลฯ ตลอดจนให้บริการหลังการขาย ปัจจุบันยังคงประสบปัญหาการขาดทุน อย่างไรก็ตามบริษัทก็มีแผนในการปรับเปลี่ยนธุรกิจ เพื่อลดการขาดทุนและกลับมามีกำไร คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในอนาคตอันใกล้นี้